Skip to content Skip to footer

Lucid Dream

Lucid Dream คือสภาวะที่เราตระหนักรู้ว่ากำลังฝันอยู่ในขณะที่ยังอยู่ในความฝัน และในบางกรณี เราสามารถควบคุมเนื้อหา สถานการณ์ หรือการกระทำต่าง ๆ ในฝันได้ ทำให้เป็นประสบการณ์ที่ทรงพลังและมีศักยภาพสูงสำหรับการสำรวจจิตใต้สำนึก การพัฒนาตนเอง และการรักษาทางจิตวิญญาณ

ลักษณะสำคัญของ Lucid Dream

ตระหนักรู้ว่ากำลังฝัน – คุณจะรู้ตัวว่าอยู่ในความฝันโดยไม่ต้องตื่น
ควบคุมฝันได้บางส่วนหรือทั้งหมด – ในระดับสูงสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมหรือสร้างสิ่งที่ต้องการได้
ประสาทสัมผัสชัดเจนเหมือนจริง – บางครั้งความรู้สึกในฝันอาจคมชัดยิ่งกว่าความเป็นจริง
ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ – เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ และสามารถฝึกฝนได้

ประโยชน์ของ Lucid Dream

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ – สามารถใช้เป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจ
การเผชิญหน้าและเยียวยาความกลัว – ทดลองเอาชนะฝันร้ายหรือสถานการณ์ที่กลัวได้
การสำรวจจิตใต้สำนึก – ติดต่อกับจิตวิญญาณหรือเข้าใจตัวเองลึกซึ้งขึ้น
การฝึกฝนทักษะในฝัน – มีงานวิจัยที่แสดงว่า การฝึกฝนใน Lucid Dream อาจช่วยพัฒนาทักษะในชีวิตจริงได้
ความสนุกและอิสระ – บินได้ เดินทางไปที่ไหนก็ได้ หรือสร้างโลกที่ต้องการ
วิธีการฝึกสร้าง Lucid Dream

เก็บบันทึกฝัน: เริ่มด้วยการเก็บบันทึกในสมุด หรือสมุดบันทึกดิจิตอลที่อยู่ใกล้เตียงของคุณ
เมื่อคุณตื่นขึ้นในทันที จดบันทึกเกี่ยวกับฝัน หรือส่วนของฝันที่คุณจำได้ สิ่งนี้ช่วยในการเรียนรู้การจดจำฝันซึ่ง

ทำการตรวจสอบความจริง: ตลอดวัน คุณควรถามตนเอง “ฉันกำลังฝันอยู่หรือไม่?” นิสัยนี้อาจทำให้คุณเริ่มสงสัยเกี่ยวกับความจริงในฝันขณะที่คุณหลับได้ ทำการตรวจสอบความจริงทางร่างกาย เช่น มองไปที่มือของคุณ พยักนิ้วมือเข้าผ่านฝ่ามือหรือพยักหายใจพร้อมปิดจมูก ในฝัน ผลลัพธ์ของการตรวจสอบนี้อาจเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรมดา

กำหนดความตั้งใจ: ก่อนการนอน ยืนยันความตั้งใจของคุณที่จะฝันแบบ Lucid Dream
สร้างภาพของตัวคุณเป็นคนที่รู้ตัวในฝัน และรู้สึกว่าคุณอยู่ในฝัน และสามารถทำอะไรในฝันได้

ฝึก Wake-Induced Lucid Dreaming (WILD): เทคนิคนี้เป็นการฝึกให้มีสติในขณะที่กำลังเริ่มหลับ และมองเห็นฝัน ดังนั้นมันจะทำให้คุณสามารถฝัน และมีสติไปพร้อมๆ กันได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มักจะง่ายในช่วงเวลากลางวัน หรือหลังจากหลับไป 4-6 ชั่วโมงในตอนกลางคืน แล้วลุกจากเตียงขึ้นมาสักพักไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้คุณกลับไปนอนในท่านสบายๆ และโฟกัสไปที่ความตั้งใจของคุณที่จะฝันแบบ Lucid Dream เมื่อคุณเริ่มจะหลับ ให้มีสติกับการรู้ตัว และสังเกตการเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่สถานะของฝันคุณอาจจะเห็นภาพหลอน หรือได้ยินเสียงแปลกๆ นั่นคือฝันช่วง Hypnagogic ให้คุณอดทนกับช่วงนี้ และผ่านมันไป เพื่อที่จะเข้าสู่ REM Sleep เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่สามารถฝึกได้ไม่ยาก

ใช้เทคนิค Mnemonic Induction of Lucid Dreams (MILD) โดย Dr Stephen LaBerge จาก The Lucidity Institute : ก่อนนอน ยืนยันความตั้งใจของคุณที่จะเริ่มรู้ตัวในฝัน ย้ำความคิดที่ว่า “ฉันจะรู้ตัวในฝัน” เพื่อเสริมสร้าง Lucid Dream โดยใช้หลักการ 3 R:

Rescript เมื่อคุณตื่นจากฝัน ให้คุณตัดสินใจว่าคุณจะเรียบเรียงเหตุการณ์ในความฝันอย่างไรเพื่อให้d]kpgxHo Lucid Dream เลือกจุดหรือเหตุการณ์ในฝันที่ทำให้คุณจดจำได้ว่า นี่คือฝัน แล้วพูดว่า “นี่คือความฝัน” หลังจากนั้นให้คุณพูดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในฝันนั้น เหมือนกับคุณมีสติ และกำลังทำภารกิจอะไรบางอย่างอยู่

Rehearse ฝึกซ้อมการจินตนาการ ให้ตัวเองกลับไปอยู่ในฝัน และบอกกับตัวเองว่า คุณรู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่ ในฝันนั้นๆ เสมือนฝันนั้นเป็น Lucid Dream

Remind คอยย้ำเตือนตัวเองก่อนนอน หรือช่วงที่จะเริ่มฝันว่า ชั้นกำลังจะฝันแบบ Lucid Dream และจะจดจำได้ว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ บอกกับตัวเองว่าชั้นจะจดจำความฝันได้เหมือนใน Lucid Dream ครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา ชั้นอาจเจอเหตุการณ์เดิมๆ หรือเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป ในระหว่างฝัน ที่เป็นสิ่งที่ช่วยให้ชั้นรู้สึกตัวว่าชั้นกำลังฝันอยู่ และชั้นจะจดจำมันได้ พุงโฟกัสไปที่ความตั้งใจจะจำได้ในฝันก่อนที่คุณจะหลับ

ใช้การฟักตัวของฝัน (Dream Incubation): ก่อนนอน โฟกัสไปที่ฉากของฝันหรือปัญหาที่คุณต้องการแก้ในฝัน จินตนาการฉากหรือปัญหานี้ในรายละเอียด โดยตั้งความตั้งใจให้ฝันเกี่ยวกับมัน

ปรับปรุงสุขภาพการนอนหลับ: ให้คุณมีการนอนหลับแบบปกติ และให้ความสำคัญกับการพักผ่อนที่เพียงพอ Lucid Dream มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการนอนหลับช่วง Rapid Eyes Movement (REM) ซึ่งมักเกิดในช่วงสุดท้ายของคืน เป็นช่วงที่ระบบจิตสำนึกได้พักอย่างเต็มที่

รอให้เป็นอดีตและตรงไปตรงมา: Lucid Dream อาจไม่เกิดขึ้นทันที ดังนั้นคุณต้องรอให้เกิดขึ้นและรักษาความต่อเนื่องในการฝึกฝนการรู้ตัวในฝัน และการควบคุม มันอาจใช้เวลาในการเรียนรู้

ความแตกต่างระหว่าง Lucid Dream และ Déjà Vu

Lucid Dream เป็นสภาวะที่เราตระหนักรู้ว่ากำลังฝันอยู่ในขณะที่ยังไม่ตื่น และบางครั้งสามารถควบคุมเหตุการณ์ในฝันได้ ในขณะที่ Déjà Vu เป็นความรู้สึกแปลก ๆ ที่เรารู้สึกเหมือนเคยเจอเหตุการณ์ปัจจุบันมาก่อน แม้ว่าจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันจริงๆ

บางคนเชื่อว่า Déjà Vu อาจเป็นการระลึกถึงประสบการณ์ในอดีตชาติ หรือการเห็นล่วงหน้าที่จิตใต้สำนึกรับรู้มาก่อน ส่วน Lucid Dream อาจเป็นช่องทางสู่การติดต่อกับจิตวิญญาณ สำรวจอดีตชาติ หรือแม้แต่ฝึกฝนพลังจิตบางอย่าง
ดังนั้น แม้ว่าทั้งสองปรากฏการณ์จะเกี่ยวข้องกับจิตใต้สำนึก แต่ Lucid Dream คือการรู้ตัวขณะฝันและสามารถควบคุมมันได้ ส่วน Déjà Vu เป็นเพียงความรู้สึกแปลก ๆ ที่เหมือนเคยเจอสิ่งนั้นมาก่อนในชีวิตจริง และไม่สามารถควบคุมได้

Share :